🚚จัดส่งฟรี !! เมื่อซื้อสินค้าครบ ฿1000 ขึ้นไป‼🚚

พิเศษ สั่งซื้อสินค้า ฿5000 ขึ้นไป สามารถ ผ่อนชำระบัตรเครดิต
สูงสุด 0% | 10 เดือน !!!

สั่งของได้ ส่งของได้ตามปกติค่ะ ^^

20 ข้อสำคัญหากคิดจะทำโรงเรือนปลูกพืชแนวใหม่ ไม่ต้องสนใจดินฟ้าอากาศ

เกษตรกรไทยควรรู้ 20 ข้อสำคัญหากคิดจะทำโรงเรือนปลูกพืชแนวใหม่ ไม่ต้องสนใจดินฟ้าอากาศ

เกิดเป็นเกษตรกรยุคใหม่ ใครเขาง้อฟ้าง้อฝนกัน เพราะด้วยนวัตกรรมการปลูกพืชในโรงเรือนเริ่มเข้ามามีบทบาทในการปลูกพืชผักมากขึ้น เพราะลงทุนแค่ครั้งเดียว แต่คุณสามารถปลูกพืชได้ตลอดทั้งปี วันนี้เราเลยนำข้อมูล 20 ข้อสำคัญที่คุณต้องรู้ก่อนจะทำโรงเรือนมาฝากกัน รับรองว่าถ้าได้รู้ 20 ข้อที่เรากำลังจะกล่าวมานั้น คุณจะสามารถสร้างรายได้ และกำไรเข้ากระเป๋าได้ตลอดปีเลยล่ะ

 

1.รู้จักพืชผักของคุณก่อน

ก่อนที่จะปลูกโรงเรือนนั้น อันดับแรกคุณต้องรู้ก่อนว่าคุณต้องการที่จะปลูกอะไร พืชผักของคุณต้องการแดดจัดหรือไม่ เพื่อที่จะได้เป็นการวางแผนในระยะก่อนเริ่มทำการเพาะปลูก

 

2.การเตรียมพื้นที่ในการสร้างโรงเรือน

ควรปรับหน้าดินให้เรียบและมั่นใจว่า ดินมีความหนาแน่นมาก ไม่ยุบตัวหรือร่วนซุยจนไม่สามารถทำการปักอะไรลงไปได้

 

3.ทิศทาง

เรื่องทิศทางการสร้างโรงเรือนเป็นเรื่องสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม ทิศทางที่แนะนำคือตั้งเป็นแนวทิศเหนือและใต้ เพราะพืชจะได้รับแสงแดดและทิศทางลมได้อย่างเต็มที่

 

4.ค่าใช้จ่าย

ในการปลูกโรงเรือนแน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายที่ตามมา ราคาก็จะขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาสร้าง ถ้าต้องการลดต้นทุนอาจจะนำไม้ไผ่มาแทนเหล็กในการก่อสร้างโรงเรือนก็ได้

 

5.โครงของโรงเรือน

ตัวโครงเสาของโรงเรือนที่นิยมเป็นส่วนมากจะเป็นเหล็กเพราะมีความแข็งแรง ทนแดด ทนฝนได้ดี แต่จะมีปัญหาตามมาคือเจ้าสนิมตัวร้าย หรืออาจจะนำไม้ไผ่หรือไม้ต่างๆ มาใช้แทนเหล็กก็ได้เช่นกัน

 

6.ขนาดของโรงเรือน

ขนาดที่เป็นมาตรฐานและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจะเป็นขนาด กว้าง 6 เมตร ยาว 24 เมตร และสูง 4.8 เมตร

 

7.วัสดุหลักในการสร้างโรงเรือน

-เหล็ก หรือ ไม้

-คลิปล็อก หรือ รางวายล็อก

-พลาสติกคลุมโรงเรือน

 

8.การวางเสาโรงเรือน

จะวางเสาทั้งหมด 14 ต้น โดยวางฝั่งละ 7 ต้น มีระยะห่างระหว่างต้นคือ 4 เมตร ขนาดของปากหลุมในการลงเสาคือ 20*20 ซม. และขุดหลุมลึก 50 ซม. โดยอาจจะเทปูนเสริมความมั่นคงลงไปอีกรอบหนึ่ง

 

9.การวางคานเหล็ก

โดยจะวางคานเหล็กในส่วนของหลังคาเป็นแนวยาว โดยให้ปลายทั้งสองเชื่อมต่อกับปลายโค้งมนทั้งสองชั้น ที่ประกอบด้วยหลังคาหลักและหลังคารอง

 

10.การคาดท่อเสริมความแข็งแรง

โดยจะทำการไขว้ท่อรูปกากบาทบริเวณช่องว่างที่ 1, 3, 4, และ 6 ของทั้งสองฝั่งเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวโรงเรือน

 

11.การป้องกันสนิมกัดกินโครงเสาโรงเรือน

คือการก่อปูนขึ้นเสาสูงจะเป็นตัวช่วยไม่ให้สนิมกินเสาเหล็กของโรงเรือนได้

 

12.สีน้ำมันสำคัญอย่างไร

หากคุณคิดจะทาแค่สีกันสนิม คงจะต้านทานแรงน้ำที่โดนเหล็กทุกวันไม่ไหว โดยคุณสามารถทาสีกันสนิมและพ่นด้วยสีน้ำมันทับอีกชั้น เพื่อยืดอายุการใช้งานของเสาให้นานมากขึ้น

 

13.ท่อกัลวาไนซ์

หากใครที่ยังกังวลในเรื่องสนิม มีอีกหนึ่งทางเลือกคือท่อกัลวาไนซ์ที่มีคุณสมบัติต่อการทนสนิมได้เป็นอย่างดี

 

14.ความคุ้มค่า

หากคิดจะสร้างโรงเรือนแล้วคุณต้องเลือกวัสดุที่ทนทาน เพื่อจะได้มีความคุ้มค่าในการใช้งานได้นานหลายสิบปี ไม่ต้องลงทุนสร้างใหม่บ่อยๆ หากใช้วัสดุคุณภาพไม่ดี

 

15.ขนาดของพลาสติกคลุมหลังคา 

มีความกว้าง 4 เมตร ยาว 25 เมตร ทั้งหมด 3 ชิ้น

 

16.อายุการใช้งานพลาสติกคลุมหลังคา

มีระยะการใช้งาน 2-3 ปี หลังจากนั้นประสิทธิภาพจะน้อยลง แสงผ่านได้ไม่เต็มที่ ซึ่งคุณควรเปลี่ยนใหม่นั่นเอง

 

17.ข้อควรระวังในการติดตั้งพลาสติกคลุมหลังคา

ไม่ติดตั้งคลิปล็อกกับพลาสติกให้ตึงหรือหย่อนเกินไป

 

18.ช่วงเวลาที่ควรติดตั้งหลังคาพลาสติก

คือช่วงเวลา 11.00 น. ถึง 15.00 น. เพราะเป็นช่วงที่มีแสงแดดจัด พลาสติกจะยืดได้เต็มที่

 

19.การดูแลรักษาหลังคา

ให้คุณนำน้ำฉีดรดบริเวณหลังคาเป็นประจำ หากพบรอยขาดให้นำพลาสติกชิ้นเล็กไปปะติด

 

20.ตรวจสอบคลิปล็อกอยู่เสมอ

คุณต้องตรวจสอบว่าคลิปล็อกนั้นยังอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่หลุดหรือเลื่อนแบบผิดองศา

 

เพียงแค่ 20 ข้อนี้เท่านั้น คุณก็สามารถใช้ประโยชน์จากโรงเรือนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปทุกบาททุกสตางค์  ฟ้าฝนหรือแดดแรงแค่ไหนก็ไม่เป็นปัญหาต่อการสร้างรายได้ของเกษตรกรไทยอย่างแน่นอน